มารูล่า ออยล์ VS. อาร์แกน ออยล์ เลือกแบบไหน จึงเหมาะกับผิว

October 22, 2017

Marula oil และ Argan oil น้ำมันสุดฮิต อินเทรนด์สุดๆ คุณประโยชน์ต่อผิวนานับประการ กระแสการใช้น้ำมันบำรุงผิวที่ดารา Hollywood นิยมใช้อย่างแพร่หลาย

 

สวัสดีค่ะ  แนะนำตัวก่อนนะคะ ชื่อเคทค่า วันนี้เคทจะมารีวิวเปรียบเทียบน้ำมันสุดฮิต 2 ตัว  คือ Argan oil ซึ่งครองใจใครต่อใครมานานเพราะเป็นน้ำมันที่ทั้งบำรุงผิวและสร้างสมดุลให้ผิวเรา  และอีกตัวคือ Marula oil  ซึ่งดังมากที่ต่างประเทศ เพราะคุณสมบัติโดดเด่นมากๆ เรื่อง anti aging ชะลอริ้วรอยค่ะ

 

ต้องบอกก่อนว่า ที่ผ่านมาเคทยังไม่เคยใช้น้ำมันบำรุงผิวหน้ามาก่อน เพราะรู้สึกแปลกๆ ที่จะเอาน้ำมันมาทาหน้า ก็แหม ใครๆ ก็ต้องกลัวหน้ามันแหละนะ  พอได้มีโอกาสมารีวิวผลิตภัณท์ น้ำมันบำรุงผิวหน้า NatureMix  Argan Oil และ Marula Oil และได้ลองใช้มาระยะนึง ตอนนี้เปลี่ยนความคิดไปเลย  ลองครั้งแรกก็รู้สึกประทับใจแล้ว เพราะมันไม่ได้ทิ้งความมันไว้บนผิว แต่กลับซึบซาบเข้าผิวเร็วมาก  ใช้ตอนกลางคืน ตื่นเช้ามาหน้าเด้ง หน้านุ่มมาก

 

 เคทได้มีการทำการบ้านหาข้อมูลประกอบการรีวิว เลยได้รู้ว่ามีคนรีวิวความดีงามของเจ้า Argan Oil อยู่เยอะมากทีเดียว คิดว่าคนที่ชื่นชอบน้ำมันน่าจะต้องรู้จักสรรพคุณในด้านความงามของ  Argan Oil กันดีแล้ว

ส่วน  Marula Oil หารีวิวของคนไทยไม่เจอเลย แต่รีวิวของฝรั่งนี่เยอมากๆ เจ้า Marula Oil นี่โด่งดังขึ้นมาจากสรรพคุณในด้าน Anti Aging  เพราะมีผลการวิจัยออกมาว่ามันมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่า Argan Oil ถึง 16% นั่นเองค่ะ

Marula oil  หรือ  Argan Oil ดี 

ขวดเขียวคือ NatureMix Marula Oil  ( นำเข้าจากแอฟรกาใต้ )

ขวดน้ำตาลคือ NatureMix Argan Oil ( นำเข้าจากโมรอคโค ) 

ทั้งคู่เป็น น้ำมันธรรมชาติสกัดเย็นแบบครั้งเดียว (One time Cold Press Organic Oil) 

 

แล้วถ้าเราจะต้องเลือก  เราจะเลือกอะไรดีหล่ะ?? น้ำมันแต่ละตัวก็มีสารประกอบแตกต่างกันที่อาจจะเหมาะกับความต้องการของผิวแตกต่างกัน  ถ้างั้นเดี๋ยวเคทจะทดลอง  และให้ข้อมูลเปรียบเทียบ สำหรับการประกอบการตัดสินใจนะคะ  เข้าไปชมคลิปได้ที่ด้านล่างเลยค่ะ

 

สรุปแล้ว น้ำมันทั้ง 2 ตัวมีคุณประโยชน์กับผิวอย่างมากมายจริงๆ ใช้ดีทั้งคู่ค่ะ วิธีเลือกใช้นั้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีผิวยังไงค่ะ สำหรับเคทแล้ว ส่วนตัวตอนนี้ติดใจ Marula oil เป็นพิเศษค่ะ เข้ากับผิวเคทได้ดีมากจริงๆ ใช้แล้วติดใจมาก ชอบตรงไม่มีกลิ่น และช่วยให้ผิวหายแห้ง นุ่มเนียนขึ้น  แต่งหน้าติดทนขึ้นเยอะค่ะ

 

 

ถ้าใครไม่สะดวกเข้าไปดูคลิป  เคทขอสรุปความแตกต่างของน้ำมันทั้ง 2 ตัวให้ตามนี้ค่าา

Marula Oil มีกรดไขมันจำเป็นและวิตามิน ที่เหมาะกับผิวธรรมดา – ผิวแห้ง

เพราะมีกรดโอเลอิคสูงมากๆ จึงให้ผลในเรื่องความชุ่มชื้นของผิว รวมถึงช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ใต้ผิวในระดับลึกได้ดี มีวิตามิน C , E  มีไฟโตสเตอรอล (Phytosterols) สูงมาก ซึ่งช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจนให้ผิวคงความยืดหยุ่นได้ดี  และมีสารต้านอนุมูลอิสระ สูงกว่า Argan oil ถึง 16%  บำรุง ฟื้นฟูผิวแห้งกร้าน ผิวผู้ใหญ่ ผู้กังวลริ้วรอย 

 

 

 ส่วน Argan Oil  มีกรดไขมันจำเป็นและวิตามิน ที่เหมาะกับผิวธรรมดา – ผิวมัน

มีความสมดุลของกรดโอเลอิค ไลโนเลอิก มีฤทธิ์ต้านผิวอักเสบ รวมถึง มีวิตามิน E สูง มี Caratenoids ช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะ และมีค่า Comedogenic rateing = 0 (ไม่อุดตันเลย) จึงค่อนข้างปลอดภัยกับผิวที่อุดตันหรือเป็นสิวง่าย เมื่อใช้แล้วสร้างความสมดุลระหว่างผิวชั้นในและชั้นนอก ช่วยลดปัญหาผิวต่างๆ เช่น ลดหน้ามัน  สิวอุดตันเพราะหน้ามัน หน้ากร้านหมอง หรือผิวขาดสมดุลเดี๋ยวแห้งมากเดี๋ยวมันมาก

 

สุดท้ายนี้ หวังว่าคลิปวิดีโอเปรียบเทียบ Marula oil และ Argan oil จะช่วยให้เพื่อนๆ ที่กำลังสนใจใช้น้ำมันบำรุงผิวหน้า  ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะคะ  บ๊ายบายค่าาาา

 

 

 

 

Share on Facebook
Please reload

Featured

9 เหตุผล ที่คุณต้องลองมารูล่า ออยล์ (Marula Oil)

September 21, 2017

1/5
Please reload

Please reload

Archive
Search By Tags
Recent Posts
Please reload

ติดต่อสอบถาม & สั่งสินค้าได้ทั้ง
Line, FB และ app Shopee
Line id : @naturemixshop
ช่องทางต่างๆ กดปุ่มด้านล่างได้เลยค่ะ
  • line
  • 10494661_1581022078816780_7883528250713148146_n
  • Facebook Social Icon
  • Instagram Social Icon
  • YouTube Social  Icon